Skip to main content
Back to articles
·08 Nov 2026

หัวหน้าที่เก่งมาก อาจไม่ได้ทำให้ลูกน้องเก่งขึ้นเสมอไป

การมีหัวหน้าที่คิดเร็ว ตัดสินใจเก่ง และแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง อาจทำให้ทีมสร้างผลงานได้ดีในวันนี้ แต่ถ้าความเก่งทั้งหมดกระจุกอยู่ที่หัวหน้า ทีมอาจไม่เคยได้พัฒนาความสามารถในการคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง เป้าหมายของการเป็นหัวหน้าจึงไม่ใช่แค่พาทีมทำงานให้สำเร็จ แต่ต้องทำให้วันหนึ่งทีมสามารถเดินต่อได้ แม้ไม่มีเราอยู่ด้วย

Apichat Khanthavithi

Apichat Khanthavithi

CEO

Share
หัวหน้าที่เก่งมาก อาจไม่ได้ทำให้ลูกน้องเก่งขึ้นเสมอไป

การมีหัวหน้าที่เก่งมาก ๆ ไม่ได้แปลว่าลูกน้องจะเก่งขึ้นตามไปด้วยเสมอไป

ฟังดูแปลก ๆ นะ เพราะเราส่วนใหญ่จะเชื่อว่า ถ้าได้ทำงานกับหัวหน้าที่เก่ง มีประสบการณ์สูง คิดเร็ว ตัดสินใจแม่นยำ และแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ลูกน้องก็น่าจะได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้น

ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับ

แต่สิ่งที่ผมสังเกตได้เหมือนกันคือ...

หัวหน้าที่เก่งมาก ๆ บางคน เผลอสร้างทีมที่ไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจ และทำอะไรได้ไม่มาก ถ้าไม่มีหัวหน้าอยู่ด้วย

ทั้งที่ลูกน้องก็ไม่ได้เป็นคนไม่เก่งเลย บางคนมีศักยภาพสูงด้วย

แต่พอทำงานไปนาน ๆ ความสามารถที่มีไม่ค่อยได้ถูกนำมาใช้ จนเราเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่า...

ลูกน้องคนนี้เก่งจริง ๆ หรือเก่งเพราะมีหัวหน้าคอยคิดและตัดสินใจให้ตลอดเวลา

ความหวังดีของหัวหน้า อาจไม่ได้ให้ผลดีอย่างที่คิด

และผมก็ค่อนข้างเชื่อว่า ปัญหานี้ไม่ได้เริ่มจากความตั้งใจจะกดลูกน้องของหัวหน้า

หลายครั้งก็เริ่มจากความหวังดีของหัวหน้าด้วย

แต่ดันกลายเป็น...

ความหวังดี ที่ไม่ได้ผลดีอย่างที่คิดไว้ครับ

หัวหน้าเห็นว่าลูกน้องกำลังจะตัดสินใจผิด ก็รีบเข้าไปช่วย

เห็นว่างานยังไม่ดี ก็ลงไปแก้

เห็นว่าประชุมกับลูกค้าแล้วลูกน้องตอบไม่ชัด ก็รีบตอบแทน

หรือพอมีปัญหายาก ๆ ก็เลือกจัดการเอง เพราะรู้ว่าถ้าตัวเองทำเอง ยังไงก็เร็วกว่า โอกาสผิดพลาดก็น้อยกว่าแน่ ๆ

ในระยะสั้นก็ได้ผลจริง ๆ ครับ

งานออกมาดี
ลูกค้าพอใจ
ผู้บริหารมั่นใจ
และทีมก็ไม่ค่อยมีปัญหาใหญ่ให้ต้องตามแก้

แต่สิ่งที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวคือ...

ลูกน้องจะเริ่มเรียนรู้ว่า ถ้าเรื่องไหนสำคัญจริง ๆ เดี๋ยวหัวหน้าก็เข้ามาจัดการเอง

ถ้าเรื่องไหนต้องตัดสินใจ เดี๋ยวหัวหน้าก็มีคำตอบที่ดีกว่า

และถ้าคิดอะไรไปแล้วไม่ตรงกับที่หัวหน้าคิด สุดท้ายก็คงต้องกลับมาแก้ตามความเห็นของหัวหน้าอยู่ดี

พอเป็นแบบนี้บ่อย ๆ

คนที่เคยมีความคิดของตัวเองก็เริ่มเลือกที่จะรอ

คนที่เคยกล้าตัดสินใจก็เริ่มถามก่อนทุกครั้ง

และคนที่เคยอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ก็เริ่มคิดว่า...

“ทำตามที่หัวหน้าต้องการ น่าจะปลอดภัยกว่า”

และหัวหน้าเองนี่แหละที่จะเริ่มรู้สึกหงุดหงิด

ทีมทำผลงานดี เพราะทีมเก่ง หรือเพราะหัวหน้าเก่ง?

บางครั้งหัวหน้าก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังสร้างปัญหา

เพราะเมื่อมองจากผลงาน ทุกอย่างก็ดูดี

ทีมส่งงานได้ตามเป้าหมาย

ลูกน้องทำงานตามที่มอบหมายได้

และหัวหน้าก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นคนเก่งที่พาทีมรอดไปได้

แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป เราจะพบว่า...

ความสำเร็จเกิดจากความสามารถของหัวหน้า มากกว่าความสามารถของทีม

หัวหน้าเป็นคนคิดแนวทางหลัก

หัวหน้าเป็นคนตัดสินใจเรื่องยาก ๆ

หัวหน้าเป็นคนจัดการความขัดแย้ง

หัวหน้าเป็นคนตอบคำถามผู้บริหาร

และหัวหน้าเป็นคนเข้าไปแก้สถานการณ์ เวลามีอะไรผิดพลาด

ส่วนลูกน้องมีหน้าที่ทำให้สิ่งที่หัวหน้าคิดเกิดขึ้นจริง

ผมไม่ได้มองว่าการทำตามแนวทางของหัวหน้าเป็นเรื่องผิด เพราะการทำงานเป็นทีมก็ต้องมีทิศทางร่วมกัน

แต่ถ้าคนในทีมทำได้ดีเฉพาะเวลาที่มีคนบอกว่าต้องทำอะไร และไม่สามารถคิดหรือตัดสินใจได้ด้วยตัวเองเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป

ผมว่าเราต้องเริ่มถามแล้วว่า...

เรากำลังสร้างทีมที่เก่งขึ้น หรือกำลังสร้างทีมที่เก่งในการทำตามหัวหน้ามากขึ้นกันแน่?

ถ้าหัวหน้ามีคำตอบที่ดีกว่าเสมอ ลูกน้องจะได้ฝึกคิดตอนไหน?

หัวหน้าที่เก่งมากบางคนอาจมีมาตรฐานในหัวสูง จนลูกน้องแทบไม่มีโอกาสทำอะไรได้ดีพอ

ไม่ใช่เพราะหัวหน้าตั้งใจจับผิด แต่เพราะมีประสบการณ์มากกว่า มองเห็นปัญหาได้เร็วกว่า และรู้ว่าถ้าทำอีกแบบหนึ่ง ผลลัพธ์น่าจะดีกว่า

พอลูกน้องเสนออะไรมา หัวหน้าก็มีวิธีที่ดีกว่าเสมอ

ลูกน้องทำงานเสร็จ หัวหน้าก็ยังเห็นจุดที่ต้องแก้

ลูกน้องตัดสินใจแล้ว หัวหน้าก็ยังมีเหตุผลว่าทำไมควรเลือกอีกทาง

บางครั้งหัวหน้าก็ถูกจริง ๆ

วิธีของหัวหน้าดีกว่าจริง ๆ

แต่คำถามคือ...

ถ้าเราต้องการให้ลูกน้องคิดได้ดีเท่ากับเราในอนาคต วันนี้เราจำเป็นต้องทำให้ทุกความคิดของเขาดีเท่ากับเราก่อนหรือเปล่า?

เพราะถ้าทุกครั้งที่ลูกน้องคิดต่าง แล้วจบลงด้วยการต้องกลับมาทำตามวิธีของหัวหน้า

เขาก็จะไม่ได้พัฒนาวิธีคิดของตัวเอง

แต่จะพัฒนา...

ความสามารถในการเดาใจหัวหน้าว่าต้องการอะไร

นี่คือกับดักของหัวหน้าที่เก่งหลายคน

ความเก่งที่ทำให้เราเติบโตมาจนถึงวันนี้ อาจไม่ใช่ความเก่งแบบเดียวกับที่ทำให้เราสร้างทีมที่แข็งแรงขึ้นในวันข้างหน้า

ตอนที่เรายังเป็นคนทำงาน ความสามารถในการคิดเร็ว แก้ปัญหาเก่ง ตัดสินใจได้ดี และทำงานดีกว่าคนอื่น อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราได้รับการยอมรับและเติบโตขึ้นมา

แต่พอเป็นหัวหน้า ความสามารถเหล่านั้นต้องถูกใช้ในอีกแบบ

ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ว่า...

“เรายังคิดได้ดีกว่าลูกน้อง”

แต่เพื่อ...

ช่วยให้ลูกน้องค่อย ๆ คิดและตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วยตัวเอง

ไม่ได้หมายความว่าหัวหน้าต้องแกล้งไม่เก่ง หรือปล่อยให้ลูกน้องทำผิดทั้งที่รู้อยู่แล้วนะ

เรื่องไหนที่มีความเสี่ยงสูง กระทบลูกค้า หรือสร้างความเสียหายให้องค์กร หัวหน้าก็ต้องเข้าไปจัดการ

แต่เรื่องไหนที่ลูกน้องสามารถเรียนรู้จากการลองคิด ลองตัดสินใจ และรับผิดชอบผลลัพธ์ได้

หัวหน้าก็ต้องยอมให้บางอย่าง...

ไม่ได้ออกมาตรงกับวิธีที่ตัวเองชอบทั้งหมด

ลูกน้องเองก็ต้องระวังไม่ให้ความเก่งของหัวหน้า กลายเป็นข้ออ้างให้เราไม่ต้องคิด

ลูกน้องเองก็มีส่วนในเรื่องนี้เหมือนกันครับ

การมีหัวหน้าที่เก่ง ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยจนเคยตัวได้เหมือนกัน

เวลามีปัญหาก็ถาม

เวลาต้องตัดสินใจก็รอ

เวลางานยาก ๆ ก็หวังว่าหัวหน้าจะเข้ามาช่วย

ซึ่งถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราจะกลายเป็นคนที่ทำงานได้ดีมากใต้ปีกของหัวหน้า

แต่ไม่เคยรู้เลยว่า...

ถ้าต้องรับผิดชอบงานนั้นด้วยตัวเองจริง ๆ เราจะทำได้แค่ไหน?

การทำงานกับคนที่เก่งกว่าเป็นโอกาสที่ดีครับ

แต่เราต้องระวังไม่ให้ความเก่งของเขา กลายเป็นข้ออ้างที่ทำให้เราไม่ต้องพยายามคิดเอง

เราต้องกล้าเสนอความเห็น ถึงจะรู้ว่าหัวหน้าอาจมีคำตอบที่ดีกว่า

ต้องกล้ารับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง

และต้องพยายามเรียนรู้ วิธีคิดของหัวหน้า

ไม่ใช่แค่จำว่า...

แต่ละครั้งหัวหน้าสั่งให้ทำอะไร

หัวหน้าต้องเปลี่ยนวิธีวัดความสำเร็จของตัวเอง

สำหรับหัวหน้า ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนคำถามที่เราใช้วัดความสำเร็จของตัวเองครับ

ถ้าเราอยู่กับคำถามว่า...

“วันนี้เราช่วยทีมแก้ปัญหาอะไรไปบ้าง?”

ต้องถามเพิ่มไปอีกว่า...

“วันนี้มีปัญหาอะไรที่ทีมแก้ได้ โดยไม่ต้องพึ่งเราแล้วบ้าง?”

จากที่เคยภูมิใจว่าลูกน้องทุกคนมาปรึกษาเรา

ต้องเริ่มภูมิใจ เมื่อบางเรื่องลูกน้องไม่จำเป็นต้องมาปรึกษาแล้ว

จากที่เคยเป็นคนให้คำตอบที่ดีที่สุดในห้องประชุม

ต้องเริ่มสร้างคนที่สามารถให้คำตอบที่ดีได้...

โดยไม่ต้องรอเราพูด

เรื่องนี้ยากสำหรับหัวหน้าที่เก่งมาก ๆ เหมือนกันนะ

หัวหน้าต้องยอมรับว่า ความสำคัญของตัวเองในงานบางเรื่องจะลดลง

และบางวันที่ลูกน้องเริ่มเก่งขึ้น เขาอาจไม่ได้ต้องการเราในแบบเดิมอีกต่อไป

แต่...

นี่แหละคือสัญญาณที่ดีของการเป็นหัวหน้าครับ

บางครั้งระบบขององค์กรเอง ก็ทำให้หัวหน้าต้องเก่งอยู่คนเดียว

สิ่งที่อยากให้ผู้บริหารและ HR กลับมาดูด้วยก็คือ บางครั้งระบบขององค์กรเองก็เป็นตัวทำให้หัวหน้าต้องเก่งอยู่คนเดียวครับ

เราบอกว่าอยากให้หัวหน้าพัฒนาคน

แต่เวลาประเมินผลงาน ก็ดูแค่ผลลัพธ์ของหน่วยงาน

เราชื่นชมหัวหน้าที่แก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง

แต่ไม่ค่อยถามว่า...

“ทำไมทุกปัญหาต้องรอคนคนนี้?”

เราให้ผลตอบแทนกับคนที่เป็นกำลังหลักขององค์กร

แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่กับคนที่สร้างคนอื่น ให้เป็นกำลังหลักขึ้นมาได้อีกหลายคน

หัวหน้าก็เรียนรู้ว่า ถ้าอยากได้รับการยอมรับ ต้องทำให้ทีมมีผลงานดีที่สุด

และวิธีที่แน่นอนที่สุด ก็คือเข้าไปควบคุมเรื่องสำคัญด้วยตัวเอง

ถ้าองค์กรอยากมีผู้นำรุ่นต่อไปจริง ๆ ก็ต้องเริ่มมอง...

ความสามารถในการสร้างคนให้เก่งขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของผลงานหัวหน้าด้วย

ไม่ใช่มองแค่ว่า...

หัวหน้าคนนั้นเก่งแค่ไหน

ความเก่งของหัวหน้า ควรขยายความสามารถของลูกน้อง

หัวหน้าที่เก่งกว่าลูกน้องไม่ได้เป็นปัญหาครับ

ตรงกันข้าม ผมว่าการได้ทำงานกับหัวหน้าที่เก่ง เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับคนทำงาน

แต่...

ความเก่งของหัวหน้าควรเป็นสิ่งที่ช่วยขยายความสามารถของลูกน้อง

ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ความสามารถของลูกน้องค่อย ๆ เล็กลงจนมองไม่เห็น

เพราะถ้าหัวหน้าไม่อยู่ แล้วทีมไม่สามารถคิด ตัดสินใจ หรือจัดการปัญหาสำคัญได้ด้วยตัวเอง

ต่อให้ทีมนี้เคยสร้างผลงานได้ดีแค่ไหน เราก็ต้องยอมรับว่า...

ความเก่งที่ทำให้งานสำเร็จ ยังคงอยู่ที่ตัวหัวหน้า

ไม่ได้ถูกส่งต่อไปถึงคนในทีมอย่างที่คิด

หัวหน้าที่เก่ง อาจทำให้ทีมมีผลงานดีได้ในวันนี้

แต่...

หัวหน้าที่ทำให้ลูกน้องเก่งขึ้น จะทำให้ทีมมีโอกาสสร้างผลงานที่ดีต่อไปได้ แม้จะไม่มีหัวหน้าคนนั้นอยู่แล้วก็ตาม

เป้าหมายของการเป็นหัวหน้า ไม่ควรเป็นการทำให้ลูกน้องต้องอยู่ใต้เงาของเราไปตลอด

แต่ควรเป็น...

การทำให้เขาสามารถยืนได้ด้วยความสามารถของตัวเอง และเติบโตไปได้ไกลกว่าเรา

Continue reading

Talk to QGEN

Want QGEN to help design your HR system?

Our consulting team listens, diagnoses, and tailors recommendations to your organization's context before proposing anything.

Book a consultation