องค์กรไม่ได้ชนะเพราะมีคนเก่งที่สุด แต่ชนะเพราะทำให้คนส่วนใหญ่เก่งขึ้นได้
ในวันที่คนเก่งหายากขึ้น แพงขึ้น และทุกองค์กรต่างแย่ง Talent กลุ่มเดียวกัน ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่ใครหาคนเก่งได้มากที่สุด แต่อยู่ที่ใครสามารถเปลี่ยนศักยภาพของคนธรรมดา ให้กลายเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาได้ดีที่สุด

โจทย์ที่สำคัญที่สุดของการบริหารคนในอีก 3–5 ปีข้างหน้า คืออะไร?
ผมคิดว่าคำตอบอาจไม่ใช่แค่เรื่องการหาคนเก่งเพิ่มอย่างเดียว
สิ่งที่เราเจอกันอยู่คือ เศรษฐกิจเติบโตช้าลง คนหายากขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น และการแข่งขันแย่ง Talent รุนแรงขึ้น และก็ยังย้ำว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ก็ยังต้องการที่จะโตมากกว่า 20% เหมือนเดิม
เพราะแบบนี้ ที่เราต้องกลับมาตั้งคำถามกันใหม่ว่า...
คนเก่งคืออะไร?
แล้วจะมีคนเก่งเพิ่มในองค์กรได้ยังไง?
ถ้ามีคนเก่งอยู่แล้ว จะดึงศักยภาพที่มีให้เปลี่ยนเป็นผลงานได้ยังไง?
คนเก่งกำลังหายากขึ้นเรื่อย ๆ
คนเก่งกำลังหายากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ย้ำว่า “คนเก่งจริง ๆ” นะ
แล้วยิ่งหายากก็ยิ่งแพง ยิ่งแข่งขันกันมาก ต้นทุนก็ยิ่งสูงขึ้น และต่อให้มีเงินมากพอ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหาคนที่ใช่ได้เสมอไปครับ
ถ้าเราเคยมั่นใจว่า...
“ยังไงคนเก่งก็มาอยู่กับเราแน่ ๆ”
วันนี้อาจจะไม่เป็นแบบนั้น
ถ้าคนอื่นก็พร้อมจะทุ่มให้กับคนเก่งเหมือน ๆ กับเรา ก็แปลว่าไม่ใช่เราเท่านั้นที่เป็นทางเลือก
สิ่งที่เราควรต้องหันกลับมาดูอีกทีก็คือ...
เรากำลังใช้ศักยภาพของคนที่มีอยู่ได้เต็มที่แล้วจริงหรือยัง?
อย่าเพิ่งไปหวังพึ่งพาคนเก่งหน้าใหม่แค่ทางเดียว
เราใช้เวลากับการหาคน มากกว่าการพัฒนาคนที่มีอยู่หรือเปล่า?
ผู้บริหารและ HR ต้องกลับมาดูกันใหม่หน่อยว่า เราใช้เวลาไปเยอะมากกับการหาคน มองหาแต่คนเก่งจากข้างนอก แต่ใช้เวลาน้อยมากกับการพัฒนาคนที่มีอยู่แล้ว
เราเป็นแบบนั้นอยู่หรือเปล่า?
เราตั้งใจให้เป็นแบบนั้นจริง ๆ ใช่มั้ย?
เรามีแผนรองรับไว้แล้วใช่มั้ยว่า ถ้าคนเดิมที่มีอยู่ไม่มีทักษะพอจะใช้งานได้ในอนาคต หรือใช้ศักยภาพเขาได้ไม่เต็มที่ ลงท้ายที่ผลงานไม่ออก ผลงานไม่ดี ลากยาวไปถึงการจ้างออกกันมากมายในอนาคต
เรามีแผนอะไรเพื่อรองรับเรื่องนี้กันบ้างมั้ย หรือยังไม่ได้คิดอะไรเลย?
คนเก่งอาจอยู่ในองค์กรแล้ว แต่ไม่เคยได้รับโอกาสให้ฉายแสง
ปัญหาจริง ๆ ที่เจอบ่อย ๆ คือ มองข้ามคนเก่งที่มีอยู่แล้วในองค์กร ไม่เปิดโอกาสมากพอให้ได้ฉายแสง เพราะคิดไปเองว่า...
“ไม่น่าทำได้หรอก”
ซึ่งนั่นก็มาจากการที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่า ใครมีและไม่มีทักษะอะไรบ้าง
ไม่เคยถาม
ไม่เคยทดสอบ
ไม่เคยรวบรวมและวิเคราะห์
จนกลายเป็นมองข้าม แล้วมองหาแต่คนจากข้างนอกเข้ามาเติม จนคนล้น แล้วก็ต้องมาหาวิธีลดขนาดกันให้เจ็บปวดกันทั้งคนอยู่และคนไป
อย่าลืมคนในค่าเฉลี่ยที่เรามีอยู่แล้ว
เพราะต่อให้เรามี Talent ระดับ Top 10% มากขึ้นอีก 2–3 คน ก็อาจจะไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเท่ากับการทำให้คนอีก 70–80% ทำงานได้ดีขึ้นแค่เล็กน้อย
นี่คือเหตุผลที่หลายองค์กรกลับมาสนใจเรื่อง...
Productivity
Workforce Efficiency
Capability Building
มากขึ้น
เพราะรู้ว่า...
การเติบโตในอนาคตไม่ได้มาจากการเพิ่มจำนวนคน แต่มาจากการเพิ่มคุณค่าที่คนแต่ละคนสามารถสร้างได้
AI ไม่ได้มีไว้แค่แทนคน แต่ช่วยให้คนสร้างผลงานได้มากขึ้น
AI ยิ่งทำให้เรื่องนี้ชัดขึ้นไปอีก
เพราะบทบาทที่สำคัญที่สุดของ AI อาจไม่ใช่การแทนคนอย่างสมบูรณ์ในวันนี้ แต่คือการช่วยให้คนสร้างผลงานได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม
งานบางอย่างใช้เวลาน้อยลง
งานบางอย่างตัดขั้นตอนออกไป
และงานบางอย่างถูกยกระดับคุณภาพขึ้น
สิ่งที่องค์กรต้องคิดต่อเลยไม่ใช่...
“จะลดคนกี่คน?”
แต่คือ...
“จะทำให้คนที่มีอยู่สร้างผลงานให้มากขึ้นได้ยังไง?”
โจทย์ของ Leader ไม่ใช่แค่หาคนเก่ง แต่ต้องทำให้คนในทีมเก่งขึ้น
ในมุมของ Leader โจทย์สำคัญไม่ใช่การหาคนเก่งที่สุดเข้ามาในทีมอย่างเดียว แต่คือการทำให้คนในทีมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
องค์กรไม่ได้ชนะจากการมีคนเก่งไม่กี่คน
แต่อยู่ที่ความสามารถในการยกระดับคนส่วนใหญ่ให้สร้างผลงานได้ดีขึ้น
และในมุมของ HR คำถามสำคัญอาจไม่ใช่...
“เรา Recruit คนได้แค่ไหน?”
แต่คือ...
“เราสามารถทำให้คนที่มีอยู่สร้างคุณค่าได้มากขึ้นแค่ไหน?”
ผมไม่ได้กำลังบอกว่าองค์กรไม่ต้องหาคนเก่งเพิ่ม เพราะเรื่องนั้นยังสำคัญเหมือนเดิม
แต่ในโลกที่คนเก่งหายากขึ้น แพงขึ้น และมีจำกัด...
องค์กรที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่องค์กรที่หาคนเก่งได้มากที่สุด
แต่เป็นองค์กรที่...




