HR ยุคใหม่ ไม่ได้ถูกคาดหวังให้ทำงานมากขึ้น แต่ต้องทำให้ธุรกิจเติบโตผ่านการบริหารคน
เมื่อผู้บริหารถามว่า “สิ่งที่ HR ทำทั้งหมด ช่วยให้ธุรกิจดีขึ้นตรงไหน?” คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มกิจกรรมหรือหาเครื่องมือใหม่ แต่อยู่ที่การเปลี่ยนจุดเริ่มต้นของความคิดจากสิ่งที่ HR อยากทำ ไปสู่สิ่งที่ธุรกิจกำลังต้องการ

ช่วงนี้ผมใช้เวลาอ่าน Session จากงาน SHRM 2026 อยู่หลายหัวข้อ และ Session ของ Johnny C. Taylor ทำให้ผมหยุดคิดอยู่พักใหญ่เลย
ไม่ใช่เพราะมี Framework ใหม่ หรือมีศัพท์ใหม่อะไร แต่เพราะรู้สึกว่า กำลังพูดถึงปัญหาที่ HR หลายองค์กรในบ้านเรากำลังเจอเหมือนกัน
แป๊บหนึ่ง ก่อนที่จะงง...
SHRM 2026 เป็นงาน Conference ของ HR ในระดับโลก จัดทุกปีที่ USA แต่ละปีก็จะมี HR จากทั่วโลกไปร่วมงานเกือบ ๆ 30,000 คนได้ ส่วน Johnny C. Taylor เป็น President ขององค์กร SHRM นี่แหละครับ
กลับมาที่เนื้อหากันต่อ...
วันนี้ทุกหน่วยงานทำงานกันหนักขึ้น แม้จะมีตัวช่วยเยอะขึ้นก็ตาม
ผมว่าวันนี้ทุกหน่วยงานทำงานกันหนักขึ้นครับ ถึงจะมีตัวช่วยเยอะขึ้นก็ตาม HR เองก็ด้วย
เราทำงานหนักกว่าเมื่อก่อนนะ ทั้งเรื่อง AI ที่เข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน เรื่องการพัฒนาผู้นำ เรื่องการรักษา Talent เรื่อง Employee Experience เรื่อง Well-being เรื่องวัฒนธรรมองค์กร และอีกหลายเรื่องที่เพิ่มเข้ามาทุกปี
และเหมือน ๆ กับหน่วยงานอื่นครับ...
เราเหนื่อยกันมากขึ้น และงานก็ยากขึ้น สวนทางกับที่บอกว่ามี AI แล้วงานง่ายขึ้นนะ
ยิ่ง HR ทำงานเยอะขึ้น ผู้บริหารหลายคนกลับยิ่งถามคำถามเดิม ก็คือ...
“ที่ HR ทำไปทั้งหมดนี้ ช่วยให้ธุรกิจดีขึ้นตรงไหน?”
คำถามนี้ไม่ใช่การจับผิด HR ครับ แต่เป็นคำถามที่ผู้บริหารควรถาม เพราะทุกการลงทุนก็ต้องตอบให้ได้ว่า ผลลัพธ์ที่ธุรกิจจะได้รับคืออะไร
Business Accretive HR
Johnny ใช้คำว่า Business Accretive HR
ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นศัพท์ใหม่อีกคำหนึ่ง แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้ใหม่อะไร แต่กำลังชวนให้ HR เปลี่ยนวิธีคิด
ที่ผ่านมา เวลาเราเสนอเรื่องอะไร เรามักเริ่มจากสิ่งที่ HR อยากทำ
อยากทำ Engagement
อยากทำ Learning
อยากทำ Well-being
อยากทำ Career Path
และอีกเยอะแยะ
คำถามคือ...
แล้วถ้าเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เราจะเริ่มจากอะไร?
ต้องเริ่มจากธุรกิจก่อนครับ
HR ต้องตั้งคำถามก่อนว่า...
ธุรกิจกำลังโตช้าลงที่ตรงไหน?
ธุรกิจกำลังเสียต้นทุนตรงไหน?
ธุรกิจกำลังขาดความสามารถอะไร?
แล้วค่อยย้อนกลับมาถามว่า...
“HR จะช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร?”
ลำดับการคิดแค่นี้ ก็ทำให้การคุยกันระหว่าง HR กับผู้บริหารเปลี่ยนไปเยอะเลย
HR ต้องเลิกคิดแค่เรื่อง “คน” แล้วเริ่มคิดเรื่อง “งาน”
อีกเรื่องที่ผมชอบมากคือ Johnny บอกว่า...
“HR ต้องเลิกคิดแค่เรื่อง ‘คน’ แล้วเริ่มคิดเรื่อง ‘งาน’”
และผมเติมเองว่า...
ไม่ว่างานนั้นจะใช้คนทำ หรือใช้ AI ทำ
ประโยคนี้สำคัญมาก เพราะเวลาองค์กรมีปัญหา เราจะถามว่า...
ต้องรับคนเพิ่มมั้ย?
จะหาคนเก่งจากไหน?
จะรักษาคนเก่งยังไง?
แต่ไม่ค่อยถามว่า...
งานนี้จำเป็นต้องใช้คนจริง ๆ หรือเปล่า?
AI ทำได้ไหม?
ปรับขั้นตอนใหม่ได้มั้ย?
หรือจริง ๆ งานนี้ไม่ควรมีอยู่แล้ว?
ผมเชื่อว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า HR ที่สร้างคุณค่าได้ จะไม่ใช่ HR ที่หาคนเก่งได้เร็วที่สุด
แต่คือ...
HR ที่ออกแบบวิธีการทำงานให้องค์กรสร้างผลงานได้มากขึ้น ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่
วัฒนธรรมองค์กร ไม่ใช่สิ่งที่เขียนอยู่บนกำแพง
อีกประเด็นคือเรื่องวัฒนธรรมองค์กร
Johnny บอกว่า...
“วัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่เขียนอยู่บนกำแพง แต่คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตอนที่ไม่มีใครมองหรือประเมิน”
ผมว่าหลายองค์กรเสียเวลาไปกับการเขียน Core Value เยอะมาก แต่ใช้เวลาน้อยเกินไปกับการทำให้หัวหน้าปฏิบัติตัวตาม Core Value นั้นจริง ๆ
คนไม่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากโปสเตอร์ แต่เรียนรู้จากพฤติกรรมของหัวหน้าทุกวันนะครับ
HR ต้องเลิกพยายามเป็นคนที่ทุกคนรัก
และประเด็นที่ผมชอบที่สุด Johnny บอกว่า...
“HR ต้องเลิกพยายามเป็นคนที่ทุกคนรัก แล้วเริ่มเป็นคนที่กล้าพูดความจริงมากขึ้น”
ผมว่าประโยคนี้เจ็บปวดหน่อย ๆ นะ
HR หลายคนเก่งเรื่องการประสานงาน เก่งเรื่องการรักษาความสัมพันธ์ แต่บางครั้งกลับไม่กล้าบอกผู้บริหารว่า...
หัวหน้าคนนี้กำลังทำลายทีม
หรือไม่กล้าบอกพนักงานว่า...
ทักษะที่มีอยู่วันนี้ไม่พอแล้วสำหรับอนาคต
ไม่ได้ทำงานเพิ่ม แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่
Session นี้ไม่ได้กำลังบอกให้ HR ทำงานเพิ่ม แต่กำลังบอกให้ HR เปลี่ยนวิธีคิดใหม่
จากเดิมที่ถามว่า...
“HR ทำอะไรได้บ้าง?”
มาเป็น...
“ธุรกิจกำลังต้องการอะไร แล้ว HR จะเข้าไปช่วยให้เรื่องนั้นดีขึ้นได้ยังไง?”
ถ้า HR เริ่มคิดจากคำถามนี้ก่อน ทุกเรื่องที่ทำหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคน การออกแบบองค์กร การใช้ AI หรือการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ก็จะเชื่อมโยงกับธุรกิจได้ง่ายขึ้นมาก
และผมเชื่อว่านี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ย้ำตลอดทั้ง Session ว่า...
HR ยุคใหม่ ไม่ได้ถูกคาดหวังให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากกว่าเดิม
แต่ถูกคาดหวังให้...
ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ผ่านการบริหารคน
และนี่น่าจะเป็นการบ้านที่ใหญ่ที่สุดของ HR ในอีกหลายปีข้างหน้าครับ



