Skip to main content
Back to articles
·26 Aug 2026

ยิ่งเศรษฐกิจโตยาก คนยิ่งถูกคาดหวังให้ทำได้มากขึ้น

ในวันที่ธุรกิจโตยาก ต้นทุนสูง และการเพิ่มคนต้องระวัง องค์กรย่อมต้องการให้คนเดิมสร้างผลงานได้มากขึ้น แต่ถ้าเป้าหมายเพิ่มขึ้น โดยที่คนไม่ได้เก่งขึ้น ระบบไม่ได้ดีขึ้น และวิธีทำงานยังเหมือนเดิม สิ่งที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ใช่ Productivity แต่คือความเหนื่อยของคน

Apichat Khanthavithi

Apichat Khanthavithi

CEO

Share
ยิ่งเศรษฐกิจโตยาก คนยิ่งถูกคาดหวังให้ทำได้มากขึ้น

ความย้อนแย้งที่คนทำงานน่าจะเริ่มรู้สึกชัดขึ้นในช่วงนี้ คือในวันที่ธุรกิจไม่ได้โตง่ายเหมือนเดิม เราอาจคิดว่าองค์กรน่าจะคาดหวังให้น้อยลงหน่อย

แต่ความเป็นจริงตรงกันข้ามครับ

ยิ่งยอดขายโตยาก ยิ่งต้องทำยอดให้ได้

ยิ่งต้นทุนสูง ยิ่งต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ยิ่งไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ยิ่งระวังเรื่องการเพิ่มคน

คนลาออกก็อาจยังไม่รีบรับคนใหม่เข้ามา งานใหม่ก็ยังต้องทำ Project เดิมก็ยังหยุดไม่ได้ และเป้าหมายหลายอย่างก็ไม่ได้ลดลงตามจำนวนคนหรือสภาพเศรษฐกิจ

เราจะเริ่มเห็นอะไรแปลก ๆ

บริษัทไม่ได้ประกาศเรื่องลดคน เงินเดือนก็ยังจ่ายตามปกติ ธุรกิจก็ยังเดินหน้าไปได้

แต่หลายคนรู้สึกเหมือน...

“ถูกคาดหวังให้ทำอะไรได้มากกว่าเดิมตลอดเวลา”

เรื่องนี้มีเหตุผลของมันครับ

ในวันที่รายได้หายากขึ้น ทุกบาทของต้นทุนก็ถูกตั้งคำถามมากขึ้น

ถ้ามองจากมุมของผู้บริหาร ในวันที่ตลาดเติบโตได้ดี บริษัทขายของง่าย รายได้เพิ่ม การเพิ่มคนหรือเพิ่มงบเพื่อรองรับการเติบโตเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ง่าย

แต่ในวันที่เศรษฐกิจแทบจะไม่เติบโต รายได้ทุกบาทหายากขึ้น ต้นทุนก็ต้องระวังมากขึ้น

สิ่งที่ผู้บริหารต้องคิดคือ...

“ทำยังไงให้องค์กรยังรักษาผลประกอบการไว้ได้ โดยไม่เพิ่มต้นทุนมากเกินไป?”

คำถามอย่าง...

คนเท่าเดิมทำได้มากขึ้นมั้ย?

งานนี้ใช้ AI ช่วยได้เปล่า?

ตำแหน่งนี้จำเป็นต้องรับเพิ่มจริง ๆ มั้ย?

หรือมีอะไรที่ทำให้เร็วขึ้นได้อีกมั้ยล่ะ?

จะถูกถามมากขึ้นเรื่อย ๆ

การตั้งคำถามพวกนี้ธรรมดามาก และไม่ได้ผิดอะไรเลยที่จะถาม

ในภาวะแบบนี้ องค์กรต้องกลับมาดูเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเข้มงวด

ปัญหาติดอยู่ที่...

ถ้าคำตอบของทุกคำถามสุดท้ายจบที่ “ให้คนเดิม ๆ ทำเพิ่มไปนั่นแหละ”

เราอาจไม่ได้กำลังทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพขึ้น แต่กำลังเอาความกดดันทางธุรกิจ ไปเปลี่ยนเป็นความกดดันของคนทำงานแทน

เป้าหมายเพิ่ม แต่วิธีทำงานยังเหมือนเดิม

สมมติปีที่แล้วทีมมีสิบคน ปีนี้ยังมีสิบคนเท่าเดิม

แต่ยอดที่ต้องทำเพิ่มขึ้น

มี Project ใหม่เพิ่มเข้ามา

Report ยังต้องทำเท่าเดิม

Meeting ก็ไม่ได้ลดลง

ลูกค้าก็คาดหวังเร็วขึ้น

และผู้บริหารก็บอกว่าอยากเห็นทีมทำงานเชิงรุกมากขึ้นด้วย

ถามว่าเป็นไปได้มั้ย?

มันก็ได้แหละครับ

คนเราเก่งขึ้นได้ วิธีทำงานดีขึ้นได้ เทคโนโลยีช่วยได้ และงานบางอย่างที่เคยใช้เวลาหนึ่งวัน วันนี้อาจใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง

แต่สิ่งที่ต้องเกิดควบคู่กันไปคือ...

ถ้าคาดหวังให้คนทำได้มากขึ้น องค์กรต้องช่วยทำให้คนทำได้มากขึ้นด้วย

ไม่ใช่แค่บอกว่า...

“ปีนี้ต้องช่วยกันมากขึ้นนะ”

แล้วทุกอย่างที่เหลือยังเหมือนเดิม

เพราะถ้าเป้าหมายเพิ่ม แต่วิธีทำงานไม่เปลี่ยน ขั้นตอนยังเยอะเหมือนเดิม ทุกเรื่องยังต้องขออนุมัติหลายชั้น ประชุมยังเต็มปฏิทิน และงานที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ก็ยังไม่มีใครกล้าตัด

เรื่องเดียวที่จะทำให้ผลงานเพิ่มขึ้นได้ก็คือ...

คนต้องทำงานหนักขึ้น

แรงกดดันจากข้างบน จะกลายเป็น “งาน” เมื่อมาถึงทีม

นี่เป็นจุดที่หัวหน้าจะยิ่งมีบทบาทมากครับ

แรงกดดันจากข้างบนมักมาในรูปของตัวเลข แต่พอลงมาถึงทีม จะกลายเป็นงาน

หัวหน้าที่รับทุกอย่าง แล้วบอกลูกน้องว่า...

“ปีนี้บริษัทเหนื่อย ทุกคนต้องช่วยกันหน่อย”

อาจทำให้งานเดินได้ในช่วงแรก เพราะคนส่วนใหญ่ก็เข้าใจสถานการณ์และพร้อมช่วยอยู่แล้ว

แต่คำว่า “ช่วงนี้ต้องช่วยกัน”

ถ้าใช้ไปเรื่อย ๆ จากหนึ่งเดือนเป็นหกเดือน จากหกเดือนเป็นหนึ่งปี

วันหนึ่งจะไม่ใช่การช่วยกันแล้วครับ

แต่มันจะกลายเป็น...

วิธีทำงานปกติแบบใหม่แทน

หน้าที่ของหัวหน้า ไม่ใช่แค่ส่งต่อแรงกดดัน

หัวหน้าต้องกล้าถามกลับเหมือนกันว่า...

ถ้าจะเพิ่มเรื่องนี้ มีอะไรที่เราจะหยุดทำได้บ้าง?

ถ้าคนยังเท่าเดิม อะไรต้องมาก่อน?

ถ้าทุกเรื่องสำคัญจริง แล้วเรื่องไหนสำคัญที่สุด?

และถ้าต้องการผลงานเพิ่มขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิธีทำงานตรงไหน?

ไม่ใช่แค่กระจายแรงกดดันให้ทุกคนรับไปเท่า ๆ กัน

เพราะ...

การบริหารคนในวันที่ทรัพยากรจำกัด ไม่ใช่การทำให้ทุกคนยุ่งขึ้น

แต่คือ...

การทำให้ทุกคนรู้ว่า ควรใช้แรงที่มีจำกัดไปกับอะไร

“ผมทำงานครบตามหน้าที่แล้ว” อาจไม่พอเหมือนเดิม

คนทำงานเองก็น่าจะต้องเตรียมตัวกับความจริงข้อนี้เหมือนกันครับ

คำว่า...

“ผมทำงานครบตามหน้าที่แล้ว”

อาจจะไม่พอแล้ว

องค์กรจะเริ่มถามมากขึ้นว่า...

งานที่ทำสร้างผลลัพธ์อะไร?

เราทำให้งานเร็วขึ้นได้มั้ย?

ลดปัญหาอะไรได้บ้าง?

ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ ช่วยตรงไหนได้?

และมีอะไรที่เรารับผิดชอบได้มากกว่าเดิม โดยไม่ต้องรอให้มีคนมาบอกทุกขั้นตอน?

ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องยอมรับงานเพิ่มไม่จำกัดนะครับ

ตรงกันข้าม ยิ่งถูกคาดหวังมากขึ้น คนทำงานยิ่งต้องรู้จักเลือก รู้จักคุยเรื่องลำดับความสำคัญ และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรบอกหัวหน้าว่า...

“ถ้าจะเอาเรื่องนี้เพิ่ม อีกเรื่องหนึ่งอาจต้องลดลง”

เพราะการเป็นคนที่สร้างผลงานดี ไม่ได้แปลว่าต้องพูดว่า “ได้ครับ” กับทุกอย่าง

แต่คือรู้ว่าจะใช้เวลาและความสามารถที่มี ยังไงให้เกิดผลลัพธ์มากที่สุด

สิ่งที่น่ากังวล ไม่ใช่ความคาดหวังที่สูงขึ้น

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่การที่องค์กรคาดหวังจากคนมากขึ้นครับ

ความคาดหวังที่สูงขึ้นเป็นเรื่องปกติของโลกการทำงาน และคนเองก็ควรเก่งขึ้นตามประสบการณ์ที่มากขึ้นด้วย

ที่น่ากังวลคือ...

องค์กรคาดหวังมากขึ้นทุกปี แต่ไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย

ถ้าเป้าหมายเพิ่มขึ้น

แต่คนไม่ได้เก่งขึ้น

ระบบไม่ได้ดีขึ้น

เทคโนโลยีไม่ได้ช่วยจริง

ขั้นตอนไม่ได้ลดลง

และเรื่องที่ไม่สำคัญก็ยังทำเหมือนเดิม

สิ่งที่เพิ่มขึ้นจะไม่ใช่ความสามารถขององค์กรครับ

แต่คือ...

ความเหนื่อยของคน

ถ้าต้องใช้ความเหนื่อยเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อให้ได้ผลงานเพิ่มขึ้นทุกปี

วันหนึ่งเราจะไปถึงจุดที่...

ไม่มีแรงเหลือให้เพิ่มแล้ว

ทำได้มากขึ้น โดยไม่ต้องใช้แรงมากขึ้นทุกครั้ง

ยิ่งเศรษฐกิจโตยาก คนจะยิ่งถูกคาดหวังให้ทำได้มากขึ้น เรื่องนี้คงหลีกเลี่ยงได้ยากครับ

แต่คำถามสำคัญสำหรับองค์กรไม่ควรมีแค่ว่า...

“จะทำอย่างไรให้คนทำได้มากขึ้น?”

ต้องถามอีกคำถามควบคู่กันไปด้วยว่า...

“เราจะทำอย่างไรให้คนเก่งขึ้น และทำงานได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้แรงมากขึ้นในทุกครั้ง?”

เพราะถ้าทุกครั้งที่ธุรกิจเจอแรงกดดัน คำตอบขององค์กรคือ...

“ให้คนทำงานหนักกว่าเดิม”

สิ่งที่หมดก่อนอาจไม่ใช่งาน

ไม่ใช่เป้าหมาย

และไม่ใช่ความคาดหวังครับ

แต่เป็น...

คนที่องค์กรยังต้องพึ่งพา เพื่อพาธุรกิจผ่านช่วงเวลาที่ยากนี้ไปให้ได้

Continue reading

Talk to QGEN

Want QGEN to help design your HR system?

Our consulting team listens, diagnoses, and tailors recommendations to your organization's context before proposing anything.

Book a consultation